1

JusThat

คดีอาญา
คืออะไร

“จะจับเข้าคุก” เป็นความผิดอาญาที่เวลามีคนทำผิด เช่น ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน ขโมยของไป หรือทำร้ายจิตใจ คนที่โดนทำร้ายไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรืออะไรก็แล้วแต่มักจะบอกว่าจะให้ตำรวจจับเข้าคุก จะพาตำรวจมาลากคอถึงบ้าน แต่คดีอาญาจำเป็นต้องขังคุกทุกกรณีไหม เราต้องทำความรู้จักคดีอาญากันก่อน

คดีอาญา คือ คดีที่ฟ้องร้องกันเพราะมีการทำความผิดทางอาญา หรือที่พูดกันง่ายๆ ว่า ฟ้องร้องเพื่อให้อีกฝ่าย

  • ติดคุก 
  • โดนปรับ
  • ถูกกักขัง
  • โดนริบทรัพย์สิน
  • ประหารชีวิต

 

ซึ่งจะมีความผิดอะไร ต้องรับโทษยังไง ขึ้นอยู่กับความผิดที่ทำและโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตามแต่ละกรณี  เราจะกำหนดโทษให้คนผิดเองไม่ได้นะ หรือจะแกล้งดำเนินคดีเพราะหมั่นไส้ หรือแจ้งความเท็จเพราะไม่พอใจคนอื่นก็ทำไม่ได้ จะดำเนินคดีอาญาใครต้องทำเฉพาะในกรณีที่มีมูลเหตุเท่านั้น เพราะการแกล้งคนอื่นด้วยการใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย แจ้งความเท็จให้คนอื่นต้องรับโทษ นอกจากจะเสียเวลาแล้ว คนแจ้งต้องรับโทษด้วยอาญาด้วยนะ

คดีอาญา
มีกี่ประเภท

คดีอาญาจะถูกแบ่งออกเป็น ความผิดยอมความไม่ได้หรืออาญาแผ่นดิน และความผิดที่ยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัว  คุณคงนึกภาพออกแล้วแต่เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เรามาดูความหมายเพิ่มเติมกัน

1. ความผิดอาญาแผ่นดิน ผู้ถูกกระทำได้รับผลกระทบโดยตรงและมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

แปลว่าสังคมก็เสียหายไปด้วย ทำให้รัฐต้องดำเนินคดี ยอมความกันไม่ได้ แม้ไม่มีการแจ้งความตำรวจก็สามารถเข้ามาดำเนินคดีได้ และอัยการสั่งฟ้องได้โดยไม่มีต้องมีผู้เสียหายร้องทุกข์ เช่น

  • ความผิดฐานฆ่าคนตาย 
  • ชิงทรัพย์ 
  • ปล้นทรัพย์ 
  • ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 
  • บุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ
  • ฉ้อโกงประชาชน
  • ลักทรัพย์

 

2. ความผิดต่อส่วนตัว ผู้ถูกกระทำได้รับผลกระทบโดยตรงแต่ไม่มีผลกับสังคมโดยรวม

ทำให้ถ้าจะเอาเรื่องต้องแจ้งความดำเนินคดีเอง หรือฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีเอง เพราะคนอื่นจะทำแทนไม่ได้ ตำรวจจะเข้าไปดำเนินคดีเลยไม่ได้ เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ พอยอมความแล้วการดำเนินคดีก็จะสิ้นสุดลง เช่น

  • หมิ่นประมาท
  • ทำให้เสียทรัพย์
  • ฉ้อโกง
  • ยักยอกทรัพย์

คดีอาญา
ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง

เมื่อเราไปแจ้งความดำเนินคดีอาญา จะมีบุคคลหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งตัวเราเองที่เป็นคนถูกกระทำ คนที่ทำคนอื่น พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ สืบความเป็นมา วิเคราะห์ ตัดสินใจว่าแต่ละกรณีมีความผิดข้อหาอะไร แล้วฟ้องคดีต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี

  1. ผู้เสียหาย คือ ผู้ที่ถูกกระทำ ได้รับความเสียหายจากการทำผิดของคนอื่นในทางอาญา รวมทั้งคนอื่นที่มีอำนาจจัดการแทน เช่น ผู้แทนนิติบุคคล ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ เป็นต้น
  2. ผู้ต้องหา คือ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทำความผิดแต่ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล ยังอยู่ในชั้นสอบสวน
  3. จำเลย  จะเป็นก็ต่อเมื่อถูกฟ้องต่อศาลแล้วโดยข้อหาว่าทำความผิด
  4. พนักงานอัยการ คือ ผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล
  5. พนักงานสอบสวน คือ เจ้าพนักงานที่กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจ และหน้าที่ในการสอบสวน เช่น ตำรวจที่มียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือที่เรียกกันว่าตำรวจสอบสวนนั่นเอง

รู้หรือไม่?! ยื่นฟ้องต่อศาลโดยตรงได้ จะทำให้เรื่องถึงชั้นศาลได้เร็วขึ้น
JusThat เริ่มต้นที่ 500 บาท บริการส่งฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญา

  1. แอดไลน์ @justhatapp
  2. เริ่มต้นทำแบบประเมิน
  3. หากต้องการ ส่งฟ้องได้ทันที
Line-Chat-Portrait

ในกรณีที่อัยการเป็นคนฟ้องศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 และมาตรา 121 กําหนดเงื่อนไขไว้ว่า ต้องสอบสวนในความผิดน้ันก่อน และคนที่มีอำนาจสอบสวนก็คือพนักงานสอบสวน    

ถ้าเป็นความผิดอันยอมความได้ ตำรวจจะสอบสวนได้ก็ต่อเมื่อมีการแจ้งความโดยผู้เสียหายเท่านั้น ดังนั้น ในคดีความผิดอันยอมความได้อัยการจะเป็นผู้ฟ้องคดีได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว

คดีอาญา
มีโทษ 5 สถาน

โทษทางอาญามีทั้ง ประหารชีวิต  จำคุก  กักขัง  ปรับ  และริบทรัพย์สิน หนักเบาตามความผิดที่ทำ บางฐานความผิดอาจต้องรับโทษทั้งจำทั้งปรับเลยก็ได้

  1. โทษประหารชีวิต
  2. โทษจำคุก จำเลยจะถูกขังในเรือนจำ วันแรกที่เข้าไปในคุกจะถูกนับเป็น 1 วันเต็ม ไม่จำเป็นต้องครบ 24 ชม.  ถ้ากำหนดระยะจำคุกเป็นเดือนก็นับ 30 วันเต็ม เป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ต้องคำนวณปีปฏิทิน
  3. โทษกักขัง จำเลยจะถูกกักขังไว้ในสถานที่กักขังที่ไม่ใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน
  4. โทษปรับ  จำเลยต้องชำระเงินตามจำนวนที่ศาลสั่ง ถ้าไม่จ่ายภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา อาจถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ หรือถูกกักขังแทนค่าปรับ แต่ถ้าศาลมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะไม่จ่ายค่าปรับ ศาลอาจสั่งให้กักขังจำเลยแทนค่าปรับไปก่อนก็ได้ ถืออัตรา 500 บาทต่อหนึ่งวัน และหักวันขังในวันที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนด้วย ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวนหรือชั้นศาล 
  5. โทษริบทรัพย์ จะริบทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ทำความผิด หรือเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการทำความผิด แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินของคนอื่นที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย เจ้าของสามารถยื่นคำร้องขอต่อศาลได้นะ

 

คดีอาญา
อายุความ

อายุความของคดีอาญามีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย ระหว่างคดีอันยอมความได้และคดีอันยอมความไม่ได้

1. คดีที่ยอมความได้ต้องแจ้งความดำเนินคดีภายใน 3 เดือน หรือฟ้องศาลภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวคนทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96

และสำหรับการฟ้องศาลเองไม่จำเป็นต้องแจ้งความก่อนนะ ติดต่อทนายความแล้วไปฟ้องศาลได้เลย แต่ถ้าแจ้งความไว้แล้วแต่ไม่อยากรอ ก็สามารถไปฟ้องคดีต่อศาลเองได้ ซึ่งกรณีที่มีการแจ้งความมาแล้ว จะนับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95


2. กำหนดอายุความความผิดอันยอมความไม่ได้ และความผิดยอมอันความได้ที่เคยแจ้งความมาแล้ว หรือยังไม่รู้เรื่องว่ามีการทำผิด ยังไม่รู้ตัวคนผิด ไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95

“ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ”

(1) 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี

(2) 15 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี

(3) 10 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 ปี

(4) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า1 เดือน ถึง 1 ปี

(5) 1 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น


3. ถ้ามีการฟ้องและได้ตัวคนทำความผิดไปศาลแล้วแต่มีการหลบหนีหรือวิกลจริต

และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนด นับแต่วันที่หลบหนีหรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ให้ถือว่าขาดอายุความเช่นเดียวกัน 


4. มีการพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่คนผิดหลบหนี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98

ระบุไว้ว่า “เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำผิดหลบหนี แล้วแต่กรณีเกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นั้นมิได้” 

(1) 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี

(2) 15 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี

(3) 10 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 ปี

(4) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าตั้งแต่ 1 ปีลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น

คดีอาญา
ถูกฉ้อโกงต้องรีบฟ้อง

คดีฉ้อโกงเป็นความผิดอาญาที่ตกลงยอมความกันได้ ทันทีที่รู้ว่าถูกโกงและรู้ตัวคนทำจะเป็นการเริ่มนับอายุความทันที ทำให้ต้องรีบฟ้องหรือแจ้งความภายใน 3 เดือน ไม่อย่างนั้นก็จะขาดอายุความ ทำให้เรียกร้องอะไรไม่ได้ คนผิดก็ลอยนวล และอย่าเพิ่งคิดจะประจานคนโกงล่ะ เพราะแทนที่จะได้เอาเรื่องเขา อาจกลายเป็นเราที่ต้องถูกเขาดำเนินคดีหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแทนได้นะ

การดำเนินการทางกฎหมายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกงไปมีมูลค่าที่สูง หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นด้วย การจ้างทนายความฟ้องดำเนินคดีก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะการดำเนินคดีเองจะสามารถเรียกร้องให้คนผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ด้วย  

แต่ก่อนฟ้องใครต้องดูให้แน่ใจว่าเขามีเจตนาที่จะโกงไหม หรือเป็นการผิดสัญญากัน ถ้าเป็นการผิดสัญญาก็ต้องฟ้องเรียกให้ชดใช้ทางแพ่งอย่างเดียวนะ เพราะเขาไม่มีความผิดอาญาจะฟ้องเพื่อให้รับโทษทางอาญาไม่ได้ 

ดังนั้นการปรึกษา ขอคำแนะนำจากทนายความให้ช่วยดูว่าจะสามารถดำเนินคดีอะไรได้บ้าง ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะดำเนินคดีได้ถูกต้องแล้ว ทนายความจะสามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้เราได้ด้วย

JusThat – รู้โอกาสแพ้ชนะ
ฟ้องแล้วคุ้ม? ภายใน 5 นาที

Bangkok, Thailand
Line @justhatapp

1

Bangkok, Thailand 
Line @justhatapp