1

JusThat

ร้องเรียนทนายความทำผิด
ทำยังไงให้สำเร็จ

ถูกทนายความกลั่นแกล้งทางคดี  จ้างทนายความแต่ไม่ติดตามคดีให้ ทนายความทิ้งคดี ทนายความนำข้อมูลไปบอกฝ่ายตรงข้าม ทนายความไม่แจ้งความคืบหน้าของคดี มีทนายความแต่ไม่ได้ไปศาลตามนัดเพราะทนายความไม่บอก ทนายความข่มขู่เอาเงินเพิ่มเติมจากที่ตกลงกันไว้ ทนายความเอาเงินลูกความไปใช้ ถูกทนายความหลอกให้เงินไปแล้วหายเงียบ

สารพันปัญหาที่หลายคนต้องเจอกับการจ้างทนายความให้ดำเนินการแทนไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา แล้วไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน ทำให้เกิดความเสียหายไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะร้องเรียนได้ยังไง

JusThat  จึงรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการร้องเรียนทนายความด้วยตัวเองมาไว้ในบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการยื่นคำกล่าวหาคดีมรรยาททนายความได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ทนายความ คือใคร
เรื่องอะไรบ้างที่เข่าข่ายทำผิดมรรยาททนายความ

ทนายความ คือ บุคคลที่สภาทนายความรับจดทะเบียน และได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความจากสภาทนายความให้ว่าความ แก้ต่างคู่ความในคดี

โดยมีสภาทนายความทำหน้าที่กำกับดูแลทนายความ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และมีการบังคับใช้ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 ด้วย เพื่อให้ทนายความทุกคนปฎิบัติตามแนวทางของวิชาชีพ โดยมีคณะกรรมการมรรยาททนายความ ที่ถูกตั้งแยกออกมาจากสภาทนายความคอยดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับมรรยาททนายความโดยตรง

เรื่องอะไรบ้างที่เข้าข่ายผิดมรรยาททนายความ

จะร้องเรียนเรื่องผิดมรรยาททนายความ ต้องดูว่าพฤติกรรมว่าเขาทำผิดมรรยาททนายความข้อไหน หมวดใด ซึ่งข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ แบ่งออกเป็น 5 หมวด ประกอบด้วย

  1. มรรยาทต่อศาลและในศาล
  2. มรรยาทต่อตัวความ
  3. มรรยาทต่อทนายความด้วยกัน ต่อประชาชน
  4. มรรยาทในการแต่งกาย
  5. มรรยาทในการปฎิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายและข้อบังคับ

สำหรับมรรยาททนายความข้อที่มีผลกระทบกับลูกความและประชาชนที่สำคัญ มีดังนี้

มรรยาทต่อศาลและในศาล

ข้อ 6  ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล หรือกระทำการใดอันเป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในศาลหรือนอกศาล อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียอำนาจศาลหรือผู้พิพากษา 

ข้อ 7  กล่าวความ หรือทำเอกสารหรือหลักฐานเท็จ หรือใช้กลอุบายลวงให้ศาลหลง หรือกระทำการใดเพื่อทราบคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลที่ยังไม่เปิดเผย

ข้อ 8  สมรู้เป็นใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อทำพยานหลักฐานเท็จ หรือเสี้ยมสอนพยานให้เบิกความเท็จหรือโดยปกปิดซ่อนงำอำพรางพยานหลักฐานใดๆ ซึ่งรวรนำมายื่นต่อศาล หรือสัญญาจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน หรือสมรู้เป็นใจในการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน

มรรยาทต่อตัวความ

ข้อ 9. กระทำการใดอันเป็นการยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องคดีกันในกรณีอันหามูลมิได้

ข้อ 10  ใช้อุบายอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้ใดมอบคดีให้ว่าต่าง หรือแก้ต่าง

  • หลอกลวงให้เขาหลงว่าคดีนั้นจะชนะ เมื่อตนรู้สึกแก่ใจว่าจะแพ้
  • อวดอ้างว่าตนมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความคนอื่น
  • อวดอ้างว่าเกี่ยวเป็นสมัครพรรคพวกรู้จักคุ้นเคยกับผู้ใดอันกระทำให้เขาหลงว่าตนสามารถจะทำให้เขาได้รับผลเป็นพิเศษนอกจากทางว่าความ หรือหลอกลวงว่าจะชักจูงใจให้ผู้นั้นช่วยเหลือคดีในทางใดๆได้ หรือแอบอ้างขู่ว่าถ้าไม่ให้ตนว่าคดีนั้นแล้วจะหาหนทางให้ผู้นั้นกระทำให้คดีของเขาเป็นแพ้

ข้อ 12  กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ อันอาจทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของลูกความ

  • จงใจขาดนัด หรือทอดทิ้งคดี
  • จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตน หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ 

ข้อ 13  ได้รับปรึกษาหารือ หรือได้รู้เรื่องกรณีแห่งคดีใดโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องกับคู่รวามฝ่ายหนึ่ง แล้วภายหลังไปรับเป็นทนายความหรือใช้ความรู้ที่ได้มานั้นช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นปรปักษ์อยู่ในกรณีเดียวกัน

ข้อ 15  กระทำการใดอันเป็นการฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสินลูกความ หรือครอบครอง หรือหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินของลูกความที่ตนได้รับมาโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องไว้นานกว่าเหตุ โดยมิได้รับความยินยอมจากลูกความ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร

มรรยาทต่อทนายความด้วยกัน ต่อประชาชน 

ข้อ 16  แย่ง หรือทำการใดในลักษณะประมูลคดีที่มีทนายความอื่นว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วมาว่า หรือรับ หรือสัญญาว่าจะรับว่าต่าง แก้ต่างในคดีที่รู้ว่ามีทนายความอื่นว่าอยู่แล้ว เว้นแต่

  • ได้รับความยินยอมจากทนายความที่ว่าความอยู่ในเรื่องนั้นแล้ว
  • มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าตัวความได้ถอนทนายความคนก่อนจากการเป็นทนายความของเขาแล้ว หรือทนายความผู้ว่าความในเรื่องนั้นปฏิเสธ หรือแสดงความไม่สมัครใจที่จะว่าความในคดีนั้นต่อไปแล้ว

 

ข้อ 17  ประกาศโฆษณา หรือยอมให้ผู้อื่นประกาศโฆษณาใดๆ ดังต่อไปนี้

  • อัตราค่าจ้างว่าความ หรือแจ้งว่าไม่เรียกร้องค่าจ้างว่าความ เว้นแต่การประกาศโฆษณาของทนายความเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายซึ่งดำเนินการโดยสภาทนายความเอง หรือโดยสถาบัน สมาคม องค์การ หรือส่วนราชการใดที่เกี่ยวข้อง หรือ
  • ชื่อ คุณวุฒิ ตำแหน่ง ถิ่นที่อยู่หรือสำนักงาน อันเป็นไปในทางโอ้อวดเป็นเชิงชักชวนให้ผู้มีอรรถคดีมาหาเพื่อเป็นทนายความว่าต่าง หรือแก้ต่างให้ เว้นแต่การแสดงชื่อ คุณวุฒิ หรืออื่นๆดังกล่าวตามสมควรโดยสุภาพ

 

ข้อ 18  ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีหรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ

ข้อ 19 ยินยอมตกลง หรือให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ค่านายหน้าหรือบำเหน็จรางวัลใดๆ ด้วยทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ แก่ผู้ที่หาคดีความหรือนำคดีความมาให้ หรือมีคนประจำสำนักงานดำเนินการจัดหาคดีความมาให้ว่า โดยทนายความผู้นั้นคิดค่าส่วนลดของค่าจ้างให้ หรือให้เงินเดือน หรือเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใด หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างใดๆ แก่ผู้ทีหาคดีความมาให้นั้น แม้บุคคลผู้หาคดีความมาให้ในลักษณะดังกล่าวจะเป็นเสมียนหรือลูกจ้างประจำ สำนักงานของทนายความผู้นั้นก็ตาม

ใครร้องเรียนทนายความได้บ้าง

ผู้ที่จะกล่าวหาว่าทนายความทำผิดมรรยาททนายความได้ ต้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบ หรือได้รับความเสียหายจากการทำความผิดของทนายความคนนั้น ดังนั้น ประชาชนทั่วไปก็สามารถยื่นคำกล่าวหาต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความได้ เช่น ถูกทนายความทิ้งคดี ทนายความไม่ติดตามคดี ทนายความไม่แจ้งเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบ ถูกทนายความหลอกลวง ตกลงค่าจ้างแล้วทนายความข่มขู่เอาผลประโยชน์อื่นเพิ่มเติม หรือเห็นว่ามีทนายความมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็สามารถยื่นคำกล่าวหาได้เช่นกัน

ผู้มีสิทธิกล่าวหาว่าทนายความประพฤติผิดมรรยาทคือ

  1. บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย
  2. ทนายความ
  3. ศาล
  4. พนักงานอัยการ
  5. พนักงานสอบสวน
  6. คณะกรรมการมรรยาททนายความ

โดยต้องยื่นคำกล่าวหาภายใน 1 ปีนับแต่ผู้มีสิทธิกล่าวหารู้เรื่องการประพฤติผิดมรรยาททนายความ และเมื่อรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ต้องไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันประพฤติผิดมรรยาททนายความ

ทั้งนี้ การกลั่นแกล้งผู้อื่นด้วยการยื่นคำกล่าวหาใด ๆ ที่ไม่เป็นความจริง จะทำให้เกิดผลเสียตามมาอีกมากมาย เช่น ร้องเรียนไปแล้วแต่มีหนังสือเรียกแล้วไม่ยอมไป  ไม่ยอมให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งพยานหลักฐานตามหนังสือเรียก จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา 83 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดไม่มาตามหนังสือเรียก ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง  ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ หรือให้ส่ง หรือวัตถุใด หรือมาตามหนังสือเรียกแล้ว แต่ไม่ยอมให้ถ้อยคำโดยปราศจากเหตุอันสมควร  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

และการถอนคำกล่าวหาก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากจะถอนก็ถอนได้เลย แต่ต้องยื่นคำร้องขอถอนคำกล่าวหาให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาก่อน ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 45 โดยต้องมีมติที่ประชุมให้ถอนคำกล่าวหาไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการมรรยาททนายความที่มาประชุม จึงจะถอนคำกล่าวหาได้ ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 64 วรรคท้าย

ร้องเรียนทนายความ ทำผิดมรรยาททนายความ
ได้ที่ไหน

การยื่นคำกล่าวหาทนายความว่าเขาทำผิดอะไรบ้าง ผู้กล่าวหาไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ก็ได้นะ เพราะตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 15 กำหนดไว้ว่า “คำกล่าวหาให้ยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ ในการนี้อาจยื่นคำกล่าวหาโดยส่งทางไปรษณีย์ก็ได้”

ดังนั้น เราจึงสามารถยื่นคำกล่าวหาต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความได้ 2 ช่องทาง คือ 

  1. ไปยื่นคำกล่าวหาที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วยตัวเอง ในวันและเวลาราชการ
  2. ส่งคำกล่าวหาทางไปรษณีย์ไปที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ 249 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220 โทรศัพท์ : 02-522-7124 ถึง 27 , 02-522-7143 ถึง 47

ร้องเรียนทนายความ ทำผิดมรรยาททนายความ
ใช้หลักฐานอะไรบ้าง

การร้องเรียนมรรยาททนายความ จะเรียกผู้ร้องเรียนว่า “ผู้กล่าวหา” และเรียกทนายความที่ถูกร้องเรียนว่า “ผู้ถูกกล่าวหา” โดยทำคำกล่าวหาเป็นหนังสือไปยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถใช้แบบฟอร์มของสภาทนายความ หรือจะเขียนเป็นจดหมายธรรมดาก็ได้ แต่ต้องมีองค์ประกอบตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 14 ดังนี้

คำกล่าวหา

  1. ชื่อ นามสกุลของผู้กล่าวหา
  2. ที่อยู่ของผู้กล่าวหา
  3. ข้อกล่าวหาว่าทนายความคนใดทำผิดมรรยาททนายความอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยระบุชื่อ นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตทนายความ ระบุความผิด พฤติกรรมที่ทนายความคนนั้นทำให้ละเอียด ถูกต้อง ชัดเจน
  4. ลายมือชื่อผู้กล่าวหา
  5. หลักฐานการทำความผิดของทนายความเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้กล่าวหาพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล(กรณีเป็นนิติบุคคล) ของผู้กล่าวหาพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบฟอร์มสำหรับยื่นคำกล่าวหาได้ ที่นี่ โดยเรียงลำดับเอกสารตามนี้ 

  1. คำกล่าวหา 
  2. ท้ายคำกล่าวหา 
  3. บัญชีพยานคดีมรรยาท พร้อมแนบพยานหลักฐานตามลำดับที่ระบุในบัญชีพยาน 

การยื่นคำกล่าวหานั้นยังไม่ต้องใส่หมายเลขคดีนะ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจน สำหรับบัญชีระบุพยาน กรณีเป็นพยานบุคคลต้องระบุชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของพยานให้ถูกต้องด้วยนะ แต่ถ้าเป็นพยานวัตถุหรือพยานเอกสารไม่ต้องใส่ที่อยู่ แต่ต้องระบุให้ชัดเจนว่าพยานที่อ้างคืออะไร เช่น สำเนาการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ระหว่างผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา แฟลชไดรฟ์บันทึกคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ เมื่อ 25 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้น หลังจากเตรียมเอกสารต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ให้ถ่ายสำเนาเอกสารทั้งหมด 5 ฉบับเพื่อใช้ยื่นไปด้วย และอย่าลืมรับรองสำเนาถูกต้องด้วยนะ

ร้องเรียนทนายความ ทำผิดมรรยาททนายความ
มีขั้นตอนยังไง

การร้องเรียนมรรยาททนายความ ทนายความที่ถูกกล่าวหาจะยังไม่ได้รับการลงโทษในทันทีนะ ต้องมีการตรวจสอบ สวบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอนก่อน ทั้งนี้ ระยะเวลาเสร็จสิ้นจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคดีและความสมบูรณ์ของพยานหลักฐานด้วย

  1. หลังจากที่ยื่นคำกล่าวหาไปแล้ว ประธานกรรมการมรรยาททนายความจะเป็นผู้พิจารณาสั่งว่า จะรับเรื่องตรวจสอบไว้หรือไม่ ถ้าคำกล่าวหามีข้อบกพร่อง มีข้อความที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือขาดรายละเอียดที่สำคัญ ก็จะมีคำสั่งให้ผู้กล่าวหาแก้ไขให้ถูกต้องก่อน หรือสั่งให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง หรือส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี 
  2. รับเรื่องไว้แล้วจะมีการส่งคำกล่าวหาให้ทนายความผู้ที่ถูกกล่าวหาทราบ
  3. ทนายความที่ถูกกล่าวหาจะต้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับคำสำเนาคำกล่าวหา หรือภายในเวลาที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความขยายให้
  4. นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรรยาททนายความ 
  5. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ (มี 3 คน)
  6. เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วจะมีการประชุมกำหนดแนวทางสอบสวนภายใน 30 วัน และกำหนดวันนัดพร้อม 
  7. นัดพร้อมแล้วจะมีการนัดสอบสวนต่อไป
  8. สอบสวนเสร็จแล้วคณะกรรมการสอบสวนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการมรรยาททนายความ
  9. คณะกรรมการมรรยาททนายความลงประชามติและส่งเรื่องให้กรรมการสภาทนายความพิจารณาภายใน 30 วัน
  10. คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาและมีคำสั่งภายใน 60 วัน
  11. แจ้งคำสั่งให้ผู้กล่าวหาและทนายความผู้ถูกกล่าวหาทราบ 
  12. ทนายความผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความได้ภายใน 30 วัน
  13. หากทนายความผู้ถูกกล่าวหาไม่พอใจคำสั่งของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

วันนัดพร้อม เป็นนัดที่ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาต้องไปชี้แจงให้คณะกรรมการสอบสวนทราบว่า มีใครเป็นพยานบุคคลบ้าง จะพามาพบเองหรือจะให้ออกหมายเรียก มีพยานหลักฐานอื่นที่ยังไม่ได้นำมายื่นไหม ต้องให้ออกหมายเรียกพยานหลักฐานไหม และจะมีการนัดสอบสวน

ถ้าผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปในวันนัดพร้อมและไม่แจ้งเหตุผลที่ไม่ไป คณะกรรมการสอบสวนจะนัดสอบสวนเฉพาะพยานที่ปรากฎในสำนวนเท่านั้นนะ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 25

วันนัดสอบสวน ก็ห้ามขาดนัดเช่นกัน หากคณะกรรมสอบสวนให้โอกาสแล้วไม่ยอมไป ก็จะมีคำสั่งว่าผู้กล่าวหาไม่มีพยานให้สอบสวน ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 26

กรณีผู้กล่าวหาเสียชีวิตก่อนที่จะสอบสวนเสร็จ ทายาท ผู้จัดการมรดก ผู้ปกครองทรัพย์มรดก หรือผู้สืบสิทธิของผู้กล่าวหา หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถยื่นคำขอเข้าแทนที่ได้   

เช่น  A เป็นผู้กล่าวหา ต่อมา A เสียชีวิตตอนที่ยังสอบสวนไม่เสร็จ C ทายาทของ A มีสิทธิ์ยื่นคำขอเข้าแทนที่ A ได้ โดยต้องยื่นคำขอภายใน 1 ปีนับตั้งแต่ผู้กล่าวหาเสียชีวิต ถ้าไม่ยื่นคำขอภายใน 1 ปี คณะกรรมการสอบสวนจะสรุปความเห็น เพื่อเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความให้จำหน่ายคดีออกไป

แต่ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า มีพยานคนอื่นที่ปรากฎอยู่ในสำนวนรู้เห็นข้อเท็จจริง รู้รายละเอียดต่าง ๆ  ก็จะมีการสอบสวนต่อไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีทายาทรับมรดกความก็ได้

กรณีที่ทนายความผู้ถูกกล่าวหาเสียชีวิตก่อนที่จะสอบสวนเสร็จ ก็จะมีการจำหน่ายคดีออกไปเช่นกัน ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 ข้อ 27

ไม่อยากร้องเรียนทนายความ
จะทำยังไงได้บ้าง

การดำเนินคดีมรรยาททนายความนั้นจะต้องยื่นคำกล่าวหาต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความเท่านั้น แต่เพื่อน ๆ สามารถป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยการเลือกทนายความที่สามารถไว้วางใจได้ และก่อนที่จะเซ็นเอกสารหรือสัญญาใดใดก็ควรตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนทุกครั้งนะ

รู้หรือไม่?! คดีแพ่งสามารถฟ้องศาลด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องจ้างทนาย!
JusThat บริการฟ้องด้วยตัวเอง ค่าบริการปรึกษาเริ่มต้น 1,500 บาท ประหยัดค่าจ้างทนายความได้หลายหมื่นบาท

  1. แอดไลน์ @justhatapp
  2. เช็คโอกาสชนะและค่าใช้จ่าย
  3. หากต้องการ ส่งฟ้องได้ทันที
Line-Chat-Portrait

JusThat – รู้โอกาสแพ้ชนะ
ฟ้องแล้วคุ้ม? ภายใน 5 นาที

Bangkok, Thailand
Line @justhatapp

1

Bangkok, Thailand 
Line @justhatapp