1

JusThat

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)
แบบไหนเข้าข่ายโดนโกง

ในช่วงเศรษฐกิจกำลังตกต่ำ หลายธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต้องพยายามขายสินค้าให้ได้ ส่วนลูกค้าก็ไม่ค่อยมีเงิน จึงต้องใช้การปล่อยเครดิตให้ลูกค้าเอาของไปก่อน ผ่อนชำระให้ร้านค้าทีหลัง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเจอมิจฉาชีพแฝงตัวมาเป็นลูกค้าทำเป็นซื้อขายกันเพื่อหลอกเอาของไปแล้วไม่จ่ายเงิน

ถ้าหาก…

  • ติดต่อเพื่อขอรับชำระค่าสินค้าไม่ได้
  • เจอลูกค้าที่ทำพฤติกรรมแบบเดียวกับผู้ค้าหลายคน
  • ลูกค้าบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมวางมัดจำหรือไม่ยอมชำระค่าสินค้าบางส่วนให้
  • เจอลูกค้าหลอกลวงว่าจะจ่าย แต่ตั้งใจไม่จ่ายตั้งแต่แรก

 

เจอเหตุการณ์แบบนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงได้เลย ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว 

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)
แล้วลูกค้าไม่จ่ายทำยังไงดี

ขายของให้ได้ก็ยากพอตัวแล้ว ยังเจอลูกค้ามาหลอกเอาสินค้าไปแล้วหนีหายไปเลย  ให้หาหลักฐานหรือพยานแวดล้อมเท่าที่มี แล้วดำเนินการดังนี้

แจ้งความดำเนินคดีต่อตำรวจสอบสวนในท้องที่ที่เกิดเหตุ

ภายใน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าถูกโกง โดยแสดงหลักฐานหรืออธิบายให้ตำรวจเข้าใจว่า คนที่มาโกง มีเจตนาที่จะไม่จ่ายเงินตั้งแต่แรก และสิ่งที่คนที่มาโกงพูดนั้น ไม่มีอยู่จริง หรือไม่สามารถทำได้ตามที่พูดแน่นอน เป็นการพูดจาหวานล้อมจนทำให้หลงเชื่อจนได้สินค้าไป หรือแจ้งความแล้วตำรวจคดีดำเนินช้า สามารถแต่งตั้งทนายให้ฟ้องอาญาได้ภายใน 10 ปี

ถ้ายังติดต่อลูกค้าได้ แต่ลูกค้าผิดนัดชำระค่าสินค้า ให้นัดเจรจาเพื่อหาข้อไกล่เกลี่ย เช่น เลื่อนการจ่ายออกไปโดยกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนว่าจะได้รับเมื่อไร หรืออาจแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ  หรือตามที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้  ถ้าลูกค้าไม่ทำตามสัญญา อาจคิดค่าปรับ หรือคิดดอกเบี้ยเพิ่ม หรือเก็บหลักประกันเพิ่มเติมก็ได้

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)
ฟ้องศาลอาจได้เงินคืนเร็วกว่า

ให้ผ่อนชำระก็แล้ว เลื่อนนัดชำระก็แล้ว แต่ลูกค้ายังผิดนัดซ้ำ ๆ ทวงจนเหนื่อยก็ยังไม่ได้เงิน ให้ทำหนังสือแจ้งเรื่องหนี้ และให้ทนายฟ้องศาลจะรวดเร็วและประหยัดเวลาที่สุด แม้ไม่มีสัญญาซื้อขายก็สามารถฟ้องให้ลูกค้าชำระเงินคืนได้ เนื่องจากสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาไม่มีแบบ โดยมีอายุความ 10 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการผิดสัญญาเกิดขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่าผู้ค้าจะเป็นฝ่ายเสียหายเสมอไป ถ้าทำแบบนี้อาจโดนลูกค้ายกเลิกสัญญาและฟ้องได้

  • ให้สินค้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไปกว่าที่ได้ตกลงกันไว้  ลูกค้าจะฟ้องได้ภายใน 1 ปีนับแต่เวลาส่งมอบทรัพย์สิน
  • ส่งมอบสินค้าที่เสียหายทำให้เสื่อมราคา สินค้าที่เสียหายมีผลต่อการใช้งาน หรือปกปิดความบกพร่องของสินค้าไม่ยอมบอกลูกค้า ลูกค้าจะฟ้องได้ภายใน 1 ปีนับแต่เวลาพบเห็นว่าสินค้าค้ามีความเสียหาย  ยกเว้น ลูกค้ารู้อยู่แล้วว่าสินค้ามีความเสียหายบางอย่างแต่ไม่ได้โต้แย้ง

รู้หรือไม่?! ยื่นฟ้องต่อศาลโดยตรงได้ จะทำให้เรื่องถึงชั้นศาลได้เร็วขึ้น
JusThat เริ่มต้นที่ 500 บาท บริการส่งฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญา

  1. แอดไลน์ @justhatapp
  2. เริ่มต้นทำแบบประเมิน
  3. หากต้องการ ส่งฟ้องได้ทันที
Line-Chat-Portrait

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เอาของไปแล้วแต่ไม่ทำตามสัญญาซื้อขายกัน แน่นอนว่าฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดชอบในความเสียหายนั้น แต่จะเป็นคดีแพ่งหรืออาญาขึ้นอยู่กับเจตนาขณะที่ทำสัญญากัน 

  • ผิดสัญญาทางแพ่ง 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

มาตรา 453 ระบุว่า การซื้อขาย คือ สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย 

ตอนซื้อขายกันทำสัญญากันตามปกติ โดยที่ต่างฝ่ายไม่มีเจตนาจะโกงกันตั้งแต่แรก แต่ผ่านไประยะหนึ่งสถานะทางการเงินไม่ดี ขาดสภาพคล่องเลยไม่มีเงินมาจ่ายเป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง เช่น ลูกค้าเอาตู้เย็นไปก่อนโดยไม่มีเจตนาที่จะโกง หรือหลอกลวงเอาไป แต่วันหนึ่งถูกไล่ออกจากงานเลยไม่มีเงินมาชำระค่าสินค้า

  • ผิดกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง

ถ้ามีการหลอกเอาสินค้าไปแล้วหนีหาย ไร้การติดต่อ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ระบุไว้ว่า การทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความที่เป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกและแจ้งให้ทราบ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีอายุความ 3 เดือน นับจากวันที่เรารู้ตัวว่าโดนโกง หรือวันที่ความเสียหายเกิดขึ้น

JusThat – รู้โอกาสแพ้ชนะ
ฟ้องแล้วคุ้ม? ภายใน 5 นาที

Bangkok, Thailand
Line @justhatapp

1

Bangkok, Thailand 
Line @justhatapp