1

JusThat

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
แบบไหนที่เข้าข่าย

ในยุคข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจย่ำแย่ หลายบริษัทปรับลดค่าใช้จ่าย ฉวยโอกาสเลิกจ้างพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม หลายคนถูกไล่ออกกะทันหันแบบไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ถูกลอยแพโดยไม่มีความผิด ซ้ำยังไม่ได้รับค่าชดเชยหรือแม้แต่ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ทันเกิดปัญหาการเงินติดขัด ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่าอาหารแมวที่ต้องจ่าย เมื่อถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมก็อย่านิ่งนอนใจที่จะเรียกร้องสิทธิของคุณ

ไม่ว่าจะเป็น…

  • ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
  • ค่าชดเชยในกรณีที่ทำงานครบ 120 วัน
  • ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี
  • ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • ค่าชดเชยพิเศษ เช่น ย้ายออฟฟิศ ใช้เครื่องจักรมาแทนคน
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตัวอย่างที่มักใช้เป็นข้ออ้างในการไล่ออกกัน เช่น ถูกไล่ออกเพราะไม่ยอมไปกินข้าวด้วย ถูกไล่ออกเพราะโดนใส่ร้ายจากเพื่อนร่วมงาน มาช้าไปสิบนาทีโดนไล่ออก หรือเจ้านายไม่ชอบเลยเลิกจ้างไปเฉยๆ ค่าเสียหายที่เรียกร้องได้จะดูจาก “อายุงานของลูกจ้าง” รวมถึงค่าชดเชย ความเดือดร้อนและความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการโดนเลิกจ้าง

สิ่งที่มักเข้าใจผิดกัน ถึงนายจ้างจะจ่ายค่าบอกกล่าวมาล่วงหน้าและค่าชดเชยต่างๆ มาแล้วก็ยังไม่ถือว่า “เลิกจ้างอย่างเป็นธรรม” เพราะการจ่ายเงินค่าเสียหายเฉยๆ ไม่ได้ทำให้สาเหตุของการเลิกจ้างหายไป ลูกจ้างยังมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลแรงงานเพิ่มได้อีก ปัจจุบันกำหนดดอกเบี้ยที่ 5% ต่อปี และมีอายุความ 10 ปี

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

อย่างแรกเลยนะ ค่าชดเชยจะต้องนับย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง แต่จะได้มากหรือน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำงานว่าเป็นพนักงานมานานขนาดไหนแล้ว

อย่างที่สอง ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า จะนับจาก “วันที่ถูกเลิกจ้าง” จนถึง “วันจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไป” มาดูตัวอย่างการคิดกัน

ตัวอย่างการคิดค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

เช่น ปกติบริษัทจะจ่ายเงินให้ทุกวันที่ 20 ของเดือน แต่ถูกไล่ออกวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 จะคิดค่าเสียหายยังไง?

กรณีที่ 1 – เงินเดือน 15,000 ทำงานมา 2 ปี
ตามกฎหมายแล้วเราต้องเริ่มนับจากวันที่โดนไล่ออก (25 พ.ย. 64) จนถึงวันที่จ่ายเงินครั้งถัดไป (20 ธ.ค. 64) เท่ากับว่าห่างกันทั้งหมด 26 วัน
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = (15,000/30 วัน) คูณ 26 วัน = 13,000 บาท
ค่าชดเชย อีกอย่างน้อย 90 วัน = (15,000/30 วัน) คูณ 90 วัน = 45,000 บาท

กรณีที่ 2 – ค่าจ้างวันละ 600 บาท หยุดอาทิตย์ละ 1 วัน และทำงานมา 6 เดือน
คิดเหมือนกรณีแรกเลย แต่จะต้องเอาวันหยุดตามกฎหมายมาหักลบด้วย ซึ่งมีวันหยุด 4 วัน เท่ากับว่าเหลือวันทำงาน 22 วัน
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = 600 คูณ 22 วัน = 13,200 บาท
ค่าชดเชย อีกอย่างน้อย 30 วัน = 600*30 = 18,000 บาท

ไม่ใช่ทุกกรณีที่ไล่ออกแล้วนายจ้างต้องจ่าย เช่น ทุจริต ทำร้ายร่างกาย จงใจทำให้บริษัทเสียหาย เอาข้อมูลออกไปขายให้คู่แข่ง หรือทำผิดกฎหมายอาญาอื่นๆ แบบนี้นายจ้างไม่ต้องจ่ายสักบาทเดียว โดยสามารถเขียนระบุความผิดไปเลยในหนังสือเลิกจ้างอย่างชัดเจน

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
เรียกร้องอะไรได้บ้าง

ถ้าเป็นลูกจ้างแล้วนายจ้างไม่ยอมจ่าย สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องได้สองแบบ แต่เลือกได้ทางเดียวนะ ซึ่งจะมีข้อแตกต่างคือการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

แบบที่ 1 ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน

ข้อดี – ฟรี
ข้อเสีย – บางครั้งเร็วบางครั้งช้า และ เรียกค่าเสียหายอื่นๆ ไม่ได้

ให้เราไปติดต่อที่ “สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน” ในเขตพื้นที่ที่ทำงานหรือที่บริษัทตั้งอยู่ แล้วแจ้งเรื่องกับพนักงานตรวจแรงงานได้เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ยและออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้เราภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีคำสั่ง (ถ้าหากนายจ้างผิดจริง) แต่นายจ้างก็มีสิทธิ์นำคดีขึ้นสู่ศาลแรงงาน โดยเราติดตามผลคดีที่ศาลแรงงานได้ด้วยตัวเอง

ถ้าหากนายจ้างไม่จ่าย ไม่หือ ไม่อือ เมื่อพ้นกำหนดตามคำสั่ง ให้เราเอาคำสั่งไปฟ้องบังคับคดีนายจ้างต่อศาลแรงงานได้เลย หรือถ้าเราไม่พอใจในคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ก็สามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลแรงงานได้ภายใน 30 วันหลังจากได้รับคำสั่งเช่นกัน

แบบที่ 2 ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยตรง

ข้อดี – เรียกค่าเสียหายอื่น ๆ ได้
ข้อเสีย – อาจถูกศาลยกฟ้องได้ถ้าดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน

ถ้าคุณต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือไม่อยากเสียเวลาในการดำเนินการหลายขั้นตอน ก็สามารถฟ้องศาลด้วยตัวเองได้ โดยยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ที่ทำงานอยู่ หรือตามภูมิลำเนาของตนเอง 

รู้หรือไม่?! คดีแบบนี้ฟ้องศาลด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องจ้างทนาย!
JusThat บริการฟ้องด้วยตัวเอง ค่าบริการเริ่มต้นหลักร้อย ประหยัดค่าจ้างทนายความได้หลายหมื่นบาท

  1. แอดไลน์ @justhatapp
  2. เช็คโอกาสชนะและค่าใช้จ่าย
  3. หากต้องการ ส่งฟ้องได้ทันที
Line-Chat-Portrait

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไล่พนักงานที่ไม่มีความผิดออกกะทันหันแถมไม่จ่ายเงินตามสิทธิของลูกจ้าง นายจ้างผิดกฎหมายข้อไหน อย่างไรบ้าง

 

1. ผิดกฎหมายมีโทษทางอาญากรณีไม่จ่ายค่าชดเชย

มีข้อกำหนดบทลงโทษทางอาญาไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 144 สำหรับนายจ้างที่ไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง ไม่จ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 หรือมาตรา 122 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 

มาตรา 118 พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างลูกจ้างที่ไม่มีความผิดตามมาตรา 119 พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ไม่ว่าจะเพราะสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือนายจ้างดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้ ยกเว้นการเลิกจ้างลูกจ้างที่มีหนังสือสัญญาจ้างในโครงการเฉพาะที่กำหนดเวลาสิ้นสุดภายใน 2 ปีไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

  1. ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
  2. ทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 90 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
  3. ทำงานครบ 3ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 180 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
  4. ทำงานครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 240 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
  5. ทำงานครบ 10 ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 300 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
 

2. ผิดสัญญาจ้างแรงงาน

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้ในมาตรา 49 กำหนดว่า กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ให้ศาลสั่งให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างเดิม แต่ถ้าหากศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้นายจ้างต้องจ่ายค่าเสียหายแทนการรับกลับเข้าทำงาน ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่ว่า

  1. มีการเลิกจ้าง
  2. เป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุ หรือมีสาเหตุอยู่บ้างแต่ไม่ใช่สาเหตุจำเป็นหรือสมควรจนถึงกับต้องเลิกจ้าง
 

3. ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 17 พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

กำหนดไว้ว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า แต่ถ้าเป็นสัญญาที่ไม่กำหนดระยะเวลาเอาไว้จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายรับรู้เป็นหนังสือภายในวันที่จ่ายค่าจ้าง เพื่อให้มีผลสิ้นสุดสัญญากันในวันจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไปโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเกิน 3 เดือน หากต้องการให้ออกทันทีต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง และกำหนดให้สัญญาทดลองงานเป็นสัญญาที่ไม่กำหนดระยะเวลาด้วย

 

4. ผิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน

มาตรา 582 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดเอาไว้เช่นกันว่า ให้การบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายรับรู้ภายในวันที่จ่ายค่าจ้าง เพื่อให้มีผลสิ้นสุดสัญญากันในวันจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไปโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเกิน 3 เดือน หรือให้ออกเลยแล้วจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างจนถึงวันจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไปก็ทำได้

JusThat – รู้โอกาสแพ้ชนะ
ฟ้องแล้วคุ้ม? ภายใน 5 นาที

Bangkok, Thailand
Line @justhatapp

1

Bangkok, Thailand 
Line @justhatapp